People's Manifesto

Manifesto of Thai and Cambodian Farmers and Peoples

From the Meeting in Surin Province

12 July 2016

 

We, farmers and peoples of Thailand and Cambodia, have met and shared information and opinions regarding changing ways of life: how large-scale investment both in Thailand and Cambodia, particularly sugar industry have directly impacted our livelihoods.

 

We understand that sugar plantations, sugar plants and related industries are large-scale enterprises generating massive income for the owner. The produce is not sugar per se, but also that of downstream industries including ethanol plants and biomass power plants. The larger the industry, the more profits generated.

 

Overseas investment of large-scale sugar plantation and industry as well as downstream industries is expanding across the border in this region: from painful experiences of Thai farmers who engaged in sugar plantation, including indebtedness, extensive chemical use, and land loss, which is not well known to the public; to the current land grabbing by sugar industry in Cambodia and Lao PDR.

 

With this manifesto, we call on:

 

1.      Thai companies, the investors of sugar industry, must be held accountable, particularly when they have caused grabbing of land from the people as illustrated by the case in Cambodia. The companies together with the government must be obligated to ensure fair restoration of land to the people.

2.      The companies must be in the redress process, giving compensation to the people for the time when they lost their land and suffered negative impacts as a result of the companies’ investment.

3.      The companies must acknowledge the hearing process, publicly taking part in the process and working with the government and the people in finding solution.

4.      The companies must develop the policy that ensure their responsible investment: responsibility to peoples’ livelihoods, environment and resources that the people depend on.

5.      Finally, we call on the people and the civil society of Thailand to form a mechanism in scrutinizing Thai investment, domestically and internationally and;

6.      The Thai Government must develop the policy to regulate Thai investments, domestically and internationally. A clear process must be established to deal with investments that cause adverse impact to the people. Also, the Thai Government must support public scrutiny of overseas investment.

 

12 July 2016

Alternative Agriculture Network and Contract Farming Network of Roi-et Province and

Maha Sarakam Province, Thailand

People losing land Network, Oddar Meanchey, Koh Kong Province

 

คำประกาศของเกษตรกรและประชาชนไทยและกัมพูชา

จากการประชุม ณ จังหวัดสุรินทร์

12 กรกฎาคม 2559

 

พวกเรา เกษตรกรและประชาชนจากประเทศไทยและกัมพูชา ได้มาพบกัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป อันเกี่ยวข้องโดยตรงกับการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะในกิจการอ้อยและน้ำตาล อันมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเราโดยตรง

 

พวกเรามีความเข้าใจว่า อุตสาหกรรมการปลูกอ้อยในพื้นที่ขนาดใหญ่ โรงงานน้ำตาล และโรงงานที่เกี่ยวข้อง เป็นกิจการขนาดใหญ่ และก่อให้เกิดรายได้อย่างมหาศาลต่อเจ้าของกิจการ มิใช่เพียงจากน้ำตาลที่ผลิตได้ แต่เป็นผลผลิตจากอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเอธานอล หรือไฟฟ้าชีวมวลก็ตามที ยิ่งใหญ่โตมากเท่าใด ผลประโยชน์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

การลงทุนข้ามชาติของกิจการไร่อ้อยขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมน้ำตาล และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กำลังขยายตัวข้ามพรมแดนไปในพื้นที่ในภูมิภาคของเรา จากประสบการณ์อันเจ็บปวดของเกษตรกรไทย ที่เคยทำไร่อ้อย ทั้งเรื่องหนี้สิน การใช้สารเคมีในพื้นที่ และการสูญเสียที่ดิน ซึ่งไม่ปรากฏว่าเป็นที่รับรู้กันโดยสาธารณะชนมากนัก ในปัจจุบัน พวกเรารับรู้ปัญหาการถูกแย่งเอาที่ดินจากกิจการอ้อยและน้ำตาลในประเทศกัมพูชาและประเทศลาวร่วมกันในที่ประชุมนี้

 

ด้วยคำประกาศร่วมกันนี้ พวกเราจึงขอประกาศคำเรียกร้องของเราดังต่อไปนี้


1.       บริษัทไทย ผู้ลงทุนในกิจการอ้อยและน้ำตาล ต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะเมื่อเป็นสาเหตุให้มีการแย่งยึดที่ดินของประชาชน จากตัวอย่างในประเทศกัมพูชา บริษัทต้องรับผิดชอบร่วมกับรัฐบาล ดำเนินการให้ประชาชนได้รับที่ดินคืนอย่างถูกต้อง และเป็นธรรม

2.       บริษัทต้องร่วมอยู่ และรับผิดชอบในกระบวนการเยียวยา จ่ายค่าชดเชยให้ประชาชน สำหรับช่วงเวลาที่ประชาชนต้องสูญเสียที่ดิน และได้รับผลกระทบต่าง ๆ ที่มาจากการเข้าลงทุนของบริษัท

3.       บริษัทต้องยอมรับกระบวนการรับฟังข้อเท็จจริง และเข้าร่วมรับฟังปัญหาในข้อเท็จจริงอย่างเปิดเผย และทำงานร่วมกับรัฐบาลและประชาชนเพื่อแสวงหาหนทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป

4.       บริษัทต้องมีนโยบายความรับผิดชอบในการลงทุน ต่อวิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรที่ประชาชนพึ่งพาอาศัยอยู่ ทั้งที่ดิน ป่าไม้ และแม่น้ำลำคลอง และเมื่อมีนโยบายแล้ว ต้องแถลงนโยบายนั้นต่อประชาชน และปฏิบัติตามนโยบายนั้นอย่างซื่อตรง

5.       ท้ายที่สุด เราขอเรียกร้องให้ประชาชน และภาคประชาสังคมไทย ร่วมกันสร้างกลไกเพื่อตรวจสอบธรรมาภิบาลของบริษัทไทยในการลงทุน ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ และ;

6.       รัฐบาลไทย ต้องมีนโยบายในการกำกับดูแลการลงทุนของบริษัทไทย ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยมีวิธีการในการดำเนินการต่อการลงทุนที่สร้างปัญหาให้กับประชาชน และรัฐบาลต้องสนับสนุนให้การลงทุนข้ามพรมแดนต่าง ๆ ได้รับการตรวจสอบโดยสาธารณะ


ลงนามโดย

เครือข่ายเกษตรกรทางเลือก และเครือข่ายเกษตรพันธะสัญญา จังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม และสุรินทร์

เครือข่ายประชาชนผู้สูญเสียที่ดิน จังหวัดโอดอร์เมียนเจย จังหวัดเกาะกง